สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การสื่อสารแห่งประเทศไทย
SITE SEARCH: ค้นหาคำว่า
 

:: สร.กสท เดินหน้าปกป้องผลประโยชน์องค์กร ร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณี พรบ.กสทช

           เมื่อเช้าวันที่ 9 มีนาคม 2554 สร.กสท เดินหน้าปกป้องผลประโยชน์องค์กร บมจ. กสท โทรคมนาคม ไม่หยุด ยื้อเงินสัมปทานมือถือ ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยยืนหนังสือร้องเรียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า บทบัญญัติใน พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ในมาตรา 84 วรรค 3 ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 โดยมีคณะกรรมการ สร.กสท ไปยืนหนังสือ ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ที่ศูนย์ราชการ หลักสี่ เมื่อเช้าที่ผ่านมา

          

 

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

ที่ สร.กสท 31/2554

                                                                                                  วันที่    9  มีนาคม  พ.ศ. 2554

เรื่อง                   ขอร้องเรียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า บทบัญญัติใน

             พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์

             และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ในมาตรา 84 วรรค 3 ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

 

กราบเรียน          ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา

สิ่งที่ส่งมาด้วย     เอกสารมติคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (สร.กสท)

            สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (สร.กสท) จัดตั้งขึ้นโดยอำนาจตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 เป็นตัวแทนของพนักงานและลูกจ้างมากกว่า 6,000 คน  มีหน้าที่ตามมาตรา 40 นอกเหนือจากการปกป้องคุ้มครองสภาพการจ้างแล้ว ใน (4) ยังกำหนดให้ ดำเนินการให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและรักษาผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)  ด้วย  ซึ่งได้มีการดำเนินการ พิจารณา พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ .2553 ในมาตรา 84 วรรค 3  แล้ว มีความเห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ดังมีรายละเอียดดังนี้

1.     พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ในมาตรา 84 วรรค 3 ที่กำหนดว่า “เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้รัฐวิสาหกิจนำรายได้จากผลประกอบการในส่วนที่ได้รับในการให้อนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาตามวรรคสองที่รัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ ทั้งนี้ไม่ว่าจะได้ดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วน โดยให้หักค่าใช้จ่ายตามที่กำหนด เหลือเท่าใดให้ส่ง กสทช. เพื่อให้ กสทช. นำส่งเงินจำนวนดังกล่าวเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป” นั้น เป็นการออกกฎหมายที่บัญญัติให้ กสท ต้องส่งรายได้ที่เกิดจากสัญญาสัมปทานที่มีอยู่ก่อนวันที่กฎหมายใช้บังคับให้ กสทช. ทำให้ กสท เสื่อมสิทธิที่เกิดจากสัญญาสัมปทาน มีผลกระทบกระเทือนต่อสัญญาสัมปทาน จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี พ.ศ. 2550 มาตรา 305 (1) ซึ่งมีใจความตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้ “การตรากฎหมาย ตามมาตรา 47 ต้องไม่กระทบกระเทือนถึงการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญา ที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ได้กระทำขึ้นก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญานั้นจะสิ้นผล”  

2.    พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ในมาตรา 84 วรรค 3 นั้นกำหนดอำนาจของ กสทช. เกินขอบเขตตามบทบัญญัติ ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 47 วรรค 2 ที่กำหนดว่า “ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่งทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ” การเก็บรายได้สัมปทานใดๆจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ก่อนการตรากฎหมายจึงไม่ใช้อำนาจหน้าที่ของ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรหรือการอนุญาตคลื่นความถี่ แต่อย่างใด

3.    ตามเนื้อหาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามกล่าวใน ข้อ 1 และ ข้อ 2  ทำให้การตรา พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เป็นอันใช้บังคับมิได้ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้”

4.    จากการตราพระราชบัญญัติฯ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นการออกกฎหมายที่ไม่ชอบธรรมเป็นการเลือกปฏิบัติที่แตกต่างจากบทบัญญัติในมาตรา 83 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐวิสาหกิจที่ประกอบธุรกิจสาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งอยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายเช่นเดียวกัน ไม่ต้องนำรายได้จากสัมปทานที่มีอยู่นำส่งให้ กสทช. เพื่อส่งเป็นรายได้แผ่นดิน กล่าวคือไม่มีผลใช้บังคับ กับการนำคลื่นความถี่ไปให้สัมปทานกับสถานีวิทยุโทรทัศน์ต่าง ๆ รวมทั้งการให้สัมปทานดาวเทียมไทยคม ของ กระทรวง ICT ด้วย  จึงเป็นการออกกฎหมายที่มีความขัดแย้งกัน และเลือกปฏิบัติ   ทำให้รัฐวิสาหกิจ กสท ทำธุรกิจด้านโทรคมนาคม ที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างรุนแรง เกิดความอ่อนแอ จากการที่ไม่สามารถนำเงินรายได้จากสัมปทานมาใช้ในการลงทุนเพื่อดำเนินการขยายกิจการในการแข่งขันกับเอกชน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมได้ และทำให้เอกชนที่มี  ทุนต่างชาติได้เปรียบในการแข่งขันและท้ายสุดรัฐวิสาหกิจก็จะได้รับความเสียหาย ต้องประสบภาวะขาดทุน ประเทศชาติก็จะได้รับความเสียหายไปด้วย ทำให้เอกชนซึ่งเป็นของทุนต่างชาติเข้าครอบงำกิจการโทรคมนาคม ของชาติ ก่อให้เกิดความสั่นคลอนในความมั่นคงของประเทศเพราะระบบการรักษาความปลอดภัย ความลับ ทางด้านสารสนเทศที่ รับ-ส่ง บนเครือข่ายโทรคมนาคมไม่ปลอดภัยและไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป

สร.กสท จึงขอกราบเรียนท่านผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ได้โปรดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในมาตรา 245 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 84 วรรค 3 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 และบังคับใช้มิได้

จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

                                                      ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

 

 

 

                                                                                                                                               (นายสุขุม   ชื่นมะนา)

                                                                                                                                      ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ

                                                                                                                                  บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

 

 

 

 

 

 

 

 

เลขาธิการ  โทร. 0-2104-4454, 0-2104-2444, 0-2104-2282 

โทรสาร. 0-2104-4455, 0-2104-2890                                                                           


  sewu-cat.com
Sewu-cat.com "สื่อ on line เพื่อสมาชิก สร.กสท.ทุกคน"

Copyright © 2001-2002 . All rights reserved. Powered by webmaster@sewu-cat.com
Site information by Chumpol@sewu-cat.com .
 
:: Home